ความเข้าใจเรื่องการเป็นบุตรในเทววิทยาคริสเตียน
การถือกำเนิดเป็นคำที่ใช้ในเทววิทยาและปรัชญาเพื่ออธิบายความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้ากับพระเยซูคริสต์ มาจากคำภาษาละตินว่า "generatio" ซึ่งแปลว่า "ให้กำเนิด" ในเทววิทยาคริสเตียน พระเยซูถือเป็นทั้งมนุษย์ที่สมบูรณ์และเป็นพระเจ้าโดยสมบูรณ์ และหลักคำสอนเรื่องการเป็นบุตรหมายถึงความคิดที่ว่าพระเยซูทรงบังเกิดจากพระบิดาชั่วนิรันดร์ ซึ่งหมายความว่าพระองค์ทรงดำรงอยู่เป็นพระบุตรของพระเจ้าอยู่เสมอ
แนวคิดเรื่องการเป็นบุตร เป็นศูนย์กลางของความเข้าใจคริสเตียนเกี่ยวกับธรรมชาติของพระเจ้าและความสัมพันธ์ระหว่างพระบิดาและพระบุตร เน้นถึงธรรมชาติอันศักดิ์สิทธิ์และเป็นนิรันดร์ของพระเยซู และเน้นบทบาทพิเศษของพระองค์ในฐานะพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้า หลักคำสอนเรื่องการบังเกิดมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับหลักคำสอนสำคัญอื่นๆ ของคริสเตียน เช่น ตรีเอกานุภาพและการจุติเป็นมนุษย์ และเป็นหัวข้อของการถกเถียงและการอภิปรายทางเทววิทยามากมายตลอดประวัติศาสตร์
โดยสาระสำคัญ หลักคำสอนเรื่องการบังเกิดยืนยันว่าพระเยซูไม่ได้เป็นเพียง ทรงสร้างสิ่งมีชีวิต แต่พระองค์ทรงบังเกิดจากพระบิดาชั่วนิรันดร์ ซึ่งหมายความว่าพระองค์ดำรงอยู่ในฐานะพระบุตรของพระเจ้าเสมอ ความเชื่อนี้มีพื้นฐานอยู่บนคำสอนในพระคัมภีร์ที่ว่าพระเยซูทรงเป็นพระวจนะของพระเจ้า (ยอห์น 1:1) และเป็นพระบุตรหัวปีของสิ่งทรงสร้างทั้งปวง (โคโลสี 1:15) หลักคำสอนเรื่องการบังเกิดถือกำเนิดมีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของพระเยซูในฐานะทั้งสอง เป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์และเป็นพระเจ้าโดยสมบูรณ์ โดยเน้นการดำรงอยู่นิรันดร์ของพระองค์และความสัมพันธ์ของพระองค์กับพระบิดา และให้รากฐานสำหรับการทำความเข้าใจหลักคำสอนสำคัญของคริสเตียนอื่นๆ เช่น ตรีเอกานุภาพและการจุติเป็นมนุษย์ นอกจากนี้ หลักคำสอนเรื่องการเป็นบุตรยังมีนัยเชิงปฏิบัติว่าคริสเตียนเข้าใจอัตลักษณ์และจุดประสงค์ในชีวิตของตนเอง ตลอดจนความสัมพันธ์ของพวกเขากับพระเจ้าได้อย่างไร



