ทำความเข้าใจกับความหายนะ: คำจำกัดความ ตัวอย่าง และผลกระทบ
Cataclysm เป็นคำที่หมายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันและเป็นหายนะหรือเหตุการณ์ต่อเนื่องกัน ซึ่งมักก่อให้เกิดการทำลายล้างและความโกลาหลในวงกว้าง สามารถใช้เพื่ออธิบายภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว พายุเฮอริเคน หรือสึนามิ รวมถึงภัยพิบัติที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น สงคราม การระเบิดของนิวเคลียร์ หรือภัยพิบัติด้านสิ่งแวดล้อม คำว่า "หายนะ" มาจากคำภาษากรีกว่า "กะตะ" (แปลว่า " down") และ "klyzo" (แปลว่า "ล้ม") และใช้ในภาษาอังกฤษตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 เพื่อบรรยายเหตุการณ์ภัยพิบัติต่างๆ ตัวอย่างของความหายนะได้แก่:
* น้ำท่วมใหญ่ของเรือโนอาห์ ซึ่งอธิบายไว้ในพระคัมภีร์ว่าเป็นน้ำท่วมโลกที่ทำลายทุกชีวิตบนโลก ยกเว้นสัตว์และผู้คนบนเรือ
* ผลกระทบของดาวเคราะห์น้อยที่ทำลายล้าง ไดโนเสาร์และสายพันธุ์อื่น ๆ อีกมากมายเมื่อ 65 ล้านปีก่อน นำไปสู่การสูญพันธุ์ของยุคมีโซโซอิกและเป็นจุดเริ่มต้นของยุคซีโนโซอิก.
* การปะทุของภูเขาไฟวิสุเวียสในปีคริสตศักราช 79 ซึ่งทำลายเมืองปอมเปอีและเฮอร์คูเลเนียมของโรมันและคร่าชีวิตผู้คนไปหลายพันคน ผู้คน.
* ภัยพิบัตินิวเคลียร์เชอร์โนบิลในปี 1986 ซึ่งปล่อยสารกัมมันตภาพรังสีออกสู่สิ่งแวดล้อมและทำให้เกิดการปนเปื้อนอย่างกว้างขวาง
* สึนามิในมหาสมุทรอินเดียในปี 2004 ซึ่งเกิดจากแผ่นดินไหวขนาด 9.1 และก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงและการสูญเสียชีวิตในหลายพื้นที่ ประเทศต่างๆ
โดยรวมแล้ว คำว่า "ความหายนะ" ใช้เพื่ออธิบายเหตุการณ์ใดๆ ที่ทำให้เกิดการทำลายล้างในวงกว้างและมีผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อสังคมหรือสิ่งแวดล้อม



